สวัสดีครับ ตัวอย่าง : เลขในบัตรประจำตัวประชาชนคือ 5 6485 54823 48 6 เลขตัวสุดท้ายคือเลข 6 ดูคำทำนายในหมายเลข 6 เลข 1 เลข 2 เลข 3 เลข 4 เลข 5 เลข 6 เลข 7 เลข 8 เลข 9 นากาชิม่าBlogGang kruhongs.........รวบรวม 1.นางสาวจรรยา วิสมล 2.นางรุสนี บุญเรือง 3.นายเสวก วิทยาคุณ 4.นางบุญเรือน พวงศิริ 5.นางรวีวรรณ อยู่สมบูรณ์ หมายเหตุ (1) ผู้มีรายชื่อดังกล่าว กรุณารอธนาคารออมสินสาขาที่ท่านยื่นประสานงานโดยตรงต่อไป (2) นัดประชุมคราวต่อไป จะแจ้งให้ทราบเป็นคราวๆไป เรื่องที่(2) ตามที่สกสค.ร่วมกับธนาคารออมสินสนับสนุนทุนการศึกษาตั้งแต่ระดับปริญญาตรีถึงปริญญาเอก จำนวน 38 ทุน เป็นเงิน 1,000,000 บาทและสนับสนุนโรงเรียน จำนวน 80 ทุนๆละ 17,500 บาทเป็นเงิน 1,400,000 บาท(ปีที่แล้ว โรงเรียนวัดบ้านเก่าได้รับ 1 ทุน) สนใจติดต่อสอบถามสำนักงาน สกสค.จังหวัดระยองหรือกลุ่มเครือข่ายพัฒนาชีวิตครูที่ท่านสังกัดอยู่ได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป จนถึงวันที่ 19 กันยายน 2551 นั้น บัดนี้ที่ประชุมคณะกรรมการโครงการพัฒนาชีวิตครูจังหวัดระยองได้ให้ความเห็นชอบเสนอสำนักงานคณะกรรมการ สกสค.เพื่อพิจารณาแล้ว ดังนี้ 1.ทุนการศึกษาระดับปริญญาโท (1)นางรัตนา มุกดา (2)นายกิติศักดิ์ ชัยสิทธิ์วาทิน 2.ทุนสนับสนุนโรงเรียน (1)ร.ร.บ้านมะเดื่อ(นางกัยารัตน์ ศรีเนตร) (2)ร.ร.เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์(นายบุรินทร์ บำรุงรักษ์)
Tvonline
Administrator
ผู้เข้าชมในขณะนี้
ขณะนี้มี 10 บุคคลทั่วไป ออนไลน์
แบบฟอร์มการเข้าสู่ระบบเข้าสู่ระบบ
ข่าวสารล่าสุด
ข่าวการศึกษา
เขียนโดย Administrator
วันอังคารที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ.2551
ญวนลงทุนแรงด้านการศึกษา
มองไปในอาเซียน 10 ชาติ ตามความเห็นของผม ขณะนี้เวียดนามมีสถานะโดยรวมเป็นประเทศอยู่ในลำดับ 4 รองจากสิงคโปร์ มาเลเซียและไทย ไม่นานมานี้ ผมมีโอกาสสนทนากับนักวิชาการผู้เกี่ยวดองหนองยุ่ง กับการเมืองระดับบนของรัฐบาลเวียดนามกลุ่มหนึ่ง ท่านเหล่านี้มีความเชื่อว่า สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามจะแซงไทยและขึ้นชั้นไปเป็นประเทศลำดับ 3 ในราวเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2556 ซึ่งเป็นปีที่เวียดนามพัฒนาการคมนาคมระบบรางได้สำเร็จทั่วประเทศ
ขณะนี้เวียดนามเป็นประเทศที่มีผู้สำเร็จปริญญาเอกมากที่สุดในกลุ่มอาเซียน ดุษฎีบัณฑิตส่วนใหญ่ของเวียดนามจบจากมหาวิทยาลัยในอดีตสหภาพโซเวียต แต่รัฐบาลเวียดนามต้องการความหลากหลายในคนที่จบปริญญาเอก รัฐบาลจึงจัดสรรงบประมาณก้อนใหญ่เพื่อส่งคนไปเรียนต่อระดับดุษฎีบัณฑิตในต่างประเทศอื่นๆ 20,000 คน ในระยะเวลา 12 ปี โดยเริ่มที่ปีนี้ พ.ศ. 2551 เป็นปีแรก
พ.ศ. 2551-2552 รัฐบาลจัดงบประมาณให้คนของตนไปเรียนต่อปริญญาเอกจำนวน 500 คน ทุนพวกนี้ไม่จำกัดว่าจะมอบให้เฉพาะอาจารย์จากวิทยาลัย หรือมหาวิทยาลัยของรัฐเท่านั้น ครูบาอาจารย์ของสถาบันเอกชนก็สอบแข่งได้
ประเทศเป้าหมายที่รัฐบาลญวนให้ทุนคนของตนไปเรียนคือ ออสเตรเลีย ฝรั่งเศส จีน สหรัฐฯ เยอรมนี อังกฤษ รัสเซีย ญี่ปุ่น เนเธอร์แลนด์ นิวซีแลนด์ สิงคโปร์ เกาหลีใต้ ฯลฯ โดย ให้เรียนทาง เทคโนโลยีสารสนเทศ เทคโนโลยีชีวภาพ เทคนิค วิทยาศาสตร์ ฯลฯ
ความมุ่งมั่นของรัฐบาลญวนก็คือ ภายใน พ.ศ. 2563 มหาวิทยาลัยทั่วประเทศจะต้องมีอาจารย์ที่มีความรู้ในระดับปริญญาเอก 30%
ส่วนในวิทยาลัยจะต้องมีอาจารย์คุณวุฒิปริญญาเอก 15%
อภิพญามหาเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่กว่านั้นของเวียดนามก็คือ เวียดนามจะต้องเป็นประเทศลำดับ 1 ในกลุ่มประเทศอาเซียน ในอนาคตให้ได้
เวียดนามใช้เครื่องมือที่มีชื่อว่า “การศึกษา” เป็นตัวผลักดันความฝันอันยิ่งใหญ่ของมนุษย์พันธุ์เหวียต
ในขณะที่สถาบันการศึกษาของไทยหลายแห่งมีงบประมาณไม่พอ จนต้องสอนหลักสูตรพิเศษเพื่อหาเงินเข้ามหาวิทยาลัย เพื่อเอาไปใช้จ่ายให้ดำรงสถานะสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษาไว้ให้ได้
ทว่าสถาบันของเวียดนามกลับไม่ต้องดิ้นรนมากมายอย่างนี้ เมื่อ พ.ศ. 2542 เป็นต้นมา รัฐบาลเวียดนามตั้งกองทุนการศึกษาที่มีชื่อว่า Vallet Vietnam วิ่งให้ทุนนักศึกษาเวียดนามอย่างเดียว ญวนมีหน่วยสืบสวนหาข่าวเฝ้าดูการศึกษาของเยาวชนคนของชาติตามสถาบันต่างๆ นิสิตคนไหนมีผลการเรียนดี กองทุนการศึกษาที่ผมกำลังเรียนรับใช้ ก็จะไปติดต่อเพื่อขอให้ทุน
โดยที่นิสิตไม่ต้องเล่นเส้นอาจารย์หรือคณะกรรมการเหมือนบางประเทศ
ข่าวใหญ่ที่ลงในหน้าแรกของหนังสือพิมพ์ระดับชาติ คือข่าวเปิดโรงเรียนระดับมัธยมเพิ่มเติมตามสถานที่ห่างไกลความเจริญ คนเวียดนามทั้งประเทศรู้หมดครับว่า ปีการศึกษานี้รัฐบาลประกาศสร้างโรงเรียนมัธยมศึกษา บนที่ราบสูงห่างไกลในจังหวัดกว่าง จิ ถึง 3 แห่ง คือ โรงเรียนมัธยม ต่า ทรุด, เหือง ฟุ่ง และ อา ตุ๊ก
ญวนไม่สนใจในการเปิดโรงเรียนในประเทศของตนเองอย่างเดียว ยังเที่ยวไปเปิดโรงเรียนช่วยเพื่อนบ้านอย่างลาวและเขมรด้วย ตอนนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดเลิม ด่ง ของเวียดนาม ประกาศใช้งบจังหวัดถึง 10 ล้านล้านด่อง สร้างโรงเรียนในแขวงจำปาสักของลาว โดยผู้ว่าฯ ให้เหตุผลกับประชาชนคนของญวนว่า คนญวนไปทำมาหากินในแขวงจำปาสักเยอะ ทั้งไปปลูกและแปรรูปผัก ดอกไม้ กาแฟ และผลิตภัณฑ์ป่าไม้ จึงเป็นหน้าที่ของเวียดนามที่จะต้องรับผิดชอบ ด้านการศึกษาของคนลาวในจังหวัดที่เข้าไปทำหากิน
เพราะสนใจในการบริหารการศึกษาเปรียบเทียบระหว่างประเทศต่างๆ ขอเรียนว่า ขณะนี้มาตรฐานการศึกษาของเราลดลงไปมาก หากไม่ได้รัฐบาลและรัฐมนตรีที่สนใจแก้ไขปัญหาด้านการศึกษาอย่างจริงจัง ผมว่าความเจริญก้าวหน้าของไทยจะลดลงไปเยอะ ลดลงมากขนาดว่า ในภายภาคหน้า เราอาจจะตามเพื่อนบ้านอย่าง สิงคโปร์ มาเลเซีย หรือแม้แต่เวียดนาม ให้ทันได้ยาก.
นิติภูมิ นวรัตน์ (ไทยรัฐ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๑)

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( วันอังคารที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ.2551 )
อ่านข้อมูลเพิ่มเติม...
บทนำ
เขียนโดย Administrator
วันพุธที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ.2551

ทุกครั้งที่เรามามักจะพูดถึงเรื่องที่ไม่ค่อยจะสบายใจเลย ดังนั้นอยากจะให้ท่านได้มองกลับมาที่ตัวท่านบ้าง ช่วงนี้ทาง สกสค.กำลังง่วนอยู่กับการคีย์ข้อมูลเลขบัตรประชาชน ๑๓ หลักของสมาชิกเพื่อปรับปรุงระบบสารสนเทศให้ทันสมัย เลยถือโอกาสแจ้งเรียนสมาชิกบางท่าน บางครั้งต้องรบกวนสอบถามเลขบัตรประชาชนของท่าน เพราะข้อมูลเดิมไม่เป็นปัจจุบัน หากท่านมีเวลาก็สอบถามยืนยันได้
วันนี้เรามาดูเลขบัตรประชาชนของเราเอง มันมีความหมายนะครับ โดยเฉพาะเลขตัวสุดท้ายในบัตรประจำตัวประชาชนของทุกคนสามารถบอกได้ว่าชีวิตของเราจะเป็นอย่างไรบ้าง แม่นขนาดไหนต้องพิสูจน์กัน
แสดงถึงความเด็ดเดี่ยว กล้าทำ กล้าแสดงออก เป็นผู้นำในหน้าที่การงานอยู่ในจำพวกแนวหน้าและบางครั้งถูกคนอื่นมาขอความช่วยเหลือทั้งทรัพย์สินเงินทองและคำปรึกษาอยู่ตลอดเวลาจนทำให้ไม่เป็นตัวของตัวเองเท่าที่ควรแต่หากไม่พอใจใครแล้วเขาจะไม่สนใจเลยเด็ดขาด เป็นจำพวกหยิ่งในศักดิ์ศรี ฆ่าได้ หยามไม่ได้ไม่ยอมก้มหัวเพื่อลดศักดิ์ศรีให้ใคร หากจำเป็นจริง ๆยอมให้ได้เพียงกายเท่านั้น จะมีนิสัยละเอียดอ่อนในเรื่องความรักหมดเปลืองเท่าไหร่ก็ยอมเพื่อความรักในอนาคตหากเป็นนักธุรกิจจะประสบความสำเร็จและสามารถทำงานได้ดีทุกแขนง
แสดงถึงความสำเร็จ ความอบอุ่นจากมิตร-บริวารแต่บางครั้งไม่ค่อยมีความเด็ดขาดไปบ้าง เป็นคนที่ไม่ชอบอยู่คนเดียวหากจะลงทุนทำธุรกิจถ้าได้ร่วมทำกับคนอื่นจะดีกว่าทำคนเดียวจะมีเสน่ห์กับเพศตรงข้ามเป็นที่รักใคร่ของเหล่าเพื่อนฝูงแต่บางครั้งจะโดนอิจฉาอยู่บ่อย ๆ เพราะเสน่ห์ดีเกินไปตามเลขศาสตร์บ่งบอกว่า หากจะให้ทำงานสำเร็จโด่งดังมีชื่อเสียงจะต้องทำงานร่วมกับคู่ครองตนเอง วัยกลางคนจะได้มีความสุขกับครอบครัวฐานะดีมีความสบายตามลำดับ
แสดงถึงความทุกข์ใจ จะมีปัญหาเรื่องต่าง ๆผ่านเข้ามาในชีวิตอยู่เรื่อยๆหากจิตใจไม่เข้มแข็งจะทำให้ทุกข์ใจไม่สบายกายอยู่เรื่อยไปและจะต้องเพิ่มการเอาใจใส่คู่ครองและครอบครัวให้มากกว่าเดิมระวังจะมีปัญหากับบุคคลที่ 3 เข้ามาสร้างความแตกแยกในครอบครัว หมายเลข3นี้ เป็นเลขแห่งเงารัก เงาร้างถ้าจะลงทุนทำธุรกิจไม่ควรที่จะร่วมหุ้นหรือไว้ใจบริวารให้มากนักอย่าเป็นนักบุญให้ผู้อื่นจนเกิดเป็นความทุกข์ให้กับตนเองและหากช่วยเหลือใครแล้วจะหวังผลคืนได้ยาก เพราะหมายเลข 3เป็นเลขของผู้ให้ๆอย่างเดียว แต่เมื่อผ่านปัญหาทั้งปวงไปแล้วอีกไม่นานจะมีความสุขความสบายกับครอบครัว
แสดงถึงเลขแห่งจักรพรรดิ์ จะมีคนคอยเป็นห่วงจะเป็นที่รักใคร่ของผู้สูงอายุแต่จะมีความเหน็ดเหนื่อยมากอยู่เหมือนกันเพราะ คำว่า "แม่ทัพ" ก็รู้ความหมายอยู่แล้วไม่มีแม่ทัพคนใดไม่มีผลงานแล้วจะได้เป็นแม่ทัพหรอกน่ะ แต่หมายเลข 4เป็นเลขแห่งความสำเร็จ ความยิ่งใหญ่ ความก้าวหน้า ความท้าทายหากจะให้มีความเจริญก้าวหน้าเร็วๆ ก็ต้องกล้าทำกล้าแสดงออกกล้าตัดสินใจแต่ระวังจะมีเพศตรงข้ามหลงรักและเข้ามาขอสวามิภักดิ์ด้วยและไม่ต้องเป็นห่วงจะทำอะไรก็จะมีคนคอยสรรเสริญเยินยอแต่ก่อนที่จะมีการเยินยอก็จะมีการติฉินนินทาก่อนหากอดทนไม่สนใจไม่แคร์ความรู้สึกของคนอื่นได้ละก็ชีวิตนี้รวยใจสบายกายอย่างแน่นอน
แสดงถึงเลขแห่งเวทมนต์และเสน่ห์หากับเพศทั่วไปมีความหยิ่งทะนงในตัวเองยอมก้มหัวให้ผู้อื่นได้แค่กายแต่ใจนั้น ไม่ยอมใครเป็นที่ปรึกษาผู้อื่นได้ดีแต่ตนเองยามเดือดร้อนหาใครช่วยปรึกษาด้วยนั้นช่างยากมาก เพราะหมายเลข 5 จะมีความสบายกายแต่ทุกข์ใจอยู่เรื่อยเพราะคิดมากจนเกินเหตุและจะเป็นที่รักใคร่ของญาติมิตรหากดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับเอกสารจะประสบความสำเร็จดีมีชื่อเสียงแต่ไม่ว่างานด้านไหนๆ หมายเลข 5 ทำได้หมดแต่จะต้องมีเวลาให้กับเรื่องส่วนตัวบ้าง เช่น เรื่องความรักอย่าปล่อยให้นานเกินไปจะได้พึ่งพาอาศัยบุตร-บริวารในภายภาคหน้าจะมีความพอดีกับชีวิตเกิดความสุขตลอดกาล
แสดงถึงคนที่มีดีอยู่ในตัวแต่ไม่ค่อยยอมนำออกมาใช้ให้เป็นประโยชน์อย่าปล่อยเวลากับความคิดให้มากนัก หมายเลข 6 เสน่ห์อยู่ที่ "เงา"ของตนเอง จะมีคนรักใคร่เอ็นดูทั้งเด็กและผู้ใหญ่แต่ต้องแต่งตัวให้เกิดจุดเด่นแก่ตนเอง และมีจิตสัมผัสเหนือธรรมชาติหากได้นั่งสมาธิบำเพ็ญศีลจะมีบารมีสูง ผู้คนจะรักใคร่เอ็นดูจะทำอะไรก็ล้วนแต่ประสบความสำเร็จดีทั้งสิ้น หมายเลข 6ต้องลดโทนเสียงลงอีกเพราะโทนเสียงนั้นบ่งบอกถึงอำนาจความยิ่งใหญ่เกินตัวไม่เพราะแก่ผู้ได้ยิน ผู้ใหญ่รักใคร่เอ็นดู สนับสนุนในด้านการงานเมื่อเกิดปัญหาใดๆ ตนเองมักจะเอาตัวรอดได้เสมอ จะมีความสุขในบั้นปลาย
อย่าปล่อยเวลาให้เสียไปกับคนอื่นให้มากนักและอย่ายึดติดอยู่กับที่เพราะหมายเลข 7 เป็นหมายเลขที่ต้องเดินทางเพื่อทำการค้า เป็นไกด์หรือทำงานที่ต้องมีการเจรจาอยู่ตลอดเวลาจะทำให้ประสบความสำเร็จระวังจะมีปัญหาเรื่องรักๆ ใคร่ๆ เกิดขึ้นในครอบครัว หรือเรื่องรัก 3เส้าเกิดขึ้นในชีวิตคู่ ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตคุณก็ไม่ต้องวิตกให้มากนัก เพราะทุกอย่างจะคลี่คลายไปได้ด้วยดีการเงินถึงจะไม่คล่องบ้างบางครั้ง แต่ก็ไม่ใช่ปัญหา เพราะหมายเลข 7เป็นเลขที่ส่งลาภผลอยู่เนืองๆ หากผู้ใดที่ได้หมายเลข 7และก็ยอมเหนื่อยหน่อยในระยะเริ่มต้น และอีกไม่นานจะมีความสุขโชคลาภเพิ่มพูน และจะได้รับความสุขกับ มิตร-บริวาร
แสดงถึงคนมีบุญบารมี และวาสนาดี มีชื่อเสียงให้คนทั้งหลายได้ประจักษ์แต่ต้องหมั่นเรียนรู้เร่งศึกษาอย่าอยู่นิ่ง กล้าเปิดเผย กล้าทำกล้าแสดงออก กล้าตัดสินใจ รีบไขว่คว้าแล้วหน้าที่การงานที่ทำจะได้ผลดีเป็นที่พอใจ และผู้ใหญ่จะให้ความช่วยเหลืออย่าหลงใหลมัวเมาในกิเลสตัณหาให้มากนักอ ย่าสนุกจนลืมครอบครัวแล้วบั้นปลายชีวิตจะมีฐานะดีเป็นที่พอใจของวงศ์ตระกูลมีชื่อเสียงเป็นที่นับถือของคนทั่วไป
แสดงถึงอำนาจ ความยิ่งใหญ่ หากเป็นผู้นำจะเจริญก้าวหน้างานด้วยสมองเป็นนักพูด หรือนักบรรยายจะมีชื่อเสียงโด่งดังแต่หน้าที่ที่เหมาะคือผู้เผยแพร่ศาสนาจะมีผู้คนยกย่องสรรเสริญและยังมีจิตสัมผัสเหนือคนทั่วไปบางครั้งสามารถรู้เหตุการณ์ล่วงหน้า ใครได้หมายเลข 9 จะเป็นผู้อยู่เหนือลิขิตสวรรค์จะทำอะไรก็สามารถประสบความสำเร็จได้ด้วยตนเอง
เป็นอย่างไรบ้าง แม่นบ้างไหมครับ....................
แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( วันพุธที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ.2551 )
อ่านข้อมูลเพิ่มเติม...
นานาสาระ
เขียนโดย Administrator
วันอังคารที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ.2551
โลกยุคCONCEPT(คลื่นลูกที่สี่)
ดร. ศิวัช พงษ์เพียจันทร์
คอลัมหมุนตามโลก กรุงเทพธุรกิจ จันทร์ 28 กรกฏาคม 2551 เรื่องเผชิญหน้า “คลื่นลูกที่ 4”
หากคลื่นลูกที่ 3 ของ Alvin Toffler คือ การปฏิวัติข้อมูลข่าวสารและองค์ความรู้ โดยมีเทคโนโลยีด้านสารสนเทศและการสื่อสารเป็นหัวขบวนแล้วอะไรคือคลื่นลูกที่สี่ ? ผู้เขียนตั้งข้อสังเกตดังนี้1. ช่วงระหว่างยุคก่อนประวัติศาสตร์กับคลื่นลูกที่หนึ่งใช้เวลาหลายหมื่นปีและจากคลื่นลูกที่หนึ่งมาคลื่นลูกที่สองใช้เวลาประมาณ 5 พันปีแต่ระยะห่างระหว่างคลื่นลูกที่ 2 กับคลื่นลูกที่ 3 กลับใช้เวลาเพียงสองร้อยกว่าปี
2. คลื่นแต่ละลูกเชี่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ ยกตัวอย่างทักษะการล่าสัตว์และการเก็บผักผลไม้ตามป่าทำให้มนุษย์มีองค์ความรู้การเกษตร (คลื่อนลูกที่หนึ่ง) และเมื่อผลผลิตการเกษตรมีมากขึ้นอุตสาหกรรมแปรรูปจึงเกิดขึ้น (คลื่นลูกที่สอง)
เมื่อเกิดความหลากหลายในรูปแบบของตัวผลิตภัณฑ์ มนุษย์จึงมีความจำเป็นที่ต้องบริหารจัดการข่าวสารข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์นั้น (คลื่นลูกที่สาม) และเมื่อข้อมูลข่าวสารถูกเผยแพร่สู่สายตาของสาธารณะอย่างต่อเนื่องและเป็นระบบ สิ่งที่น่าจะเกิดขึ้นคือ การแตกแขนงของปัญญา ที่เกิดขึ้นในทุกส่วนของภูมิภาค
Maynard และ Mehrtens ได้ตั้งข้อสังเกตถึงปรากฏการณ์ทางสังคมที่กำลังเกิดขึ้นในกลุ่มประเทศที่หนึ่งว่าอาจเป็นส่วนหนึ่งของคลื่นลูกที่สี่เช่น
1. ยกเลิกเทคโนโลยีต่างๆ ในภาคอุตสาหกรรมอันเป็นผลพวงจากคลื่นลูกที่สองและคลื่นลูกที่สาม
2. การเสื่อมถอยของสังคมมนุษย์อันเนื่องมาจากพัฒนาเทคโนโลยีที่ปราศจากศีลธรรม
3. ได้เกิดขบวนการติดต่อสื่อสารที่ไร้พรมแดน
4. ปรากฏการสังคมใหม่ในโลกของระบบคอมพิวเตอร์เสมือนจริง
5. ความคล่องตัวและง่ายในการกระจายข้อมูลข่าวสารแบบไร้พรมแดนอย่างรวดเร็ว
6. มีการนำเอาแนวความคิดในเชิงปรัชญากลับมาเป็นส่วนหนึ่งของวิชาบังคับในสถานศึกษา
7. การอุบัติขึ้นของความคิดที่หลากหลายและยอมรับฟัง นำมาต่อยอด
8. ความต้องการองค์กรแห่งการเรียนรู้เพิ่มมากขึ้นและเสาะหาได้ในราคาถูกและง่ายดาย
9. การลิดรอนอำนาจสูงสุดในการปกครองประเทศโดยกระแสท้องถิ่นนิยมคลื่นลูกที่ห้า สัมมนาของ ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ มีเนื้อหาโดยสรุปย่อ ดังนี้
สังคมของโลกสามารถแบ่งเป็นยุคๆ(ในที่นี่เป็นคลื่น)ได้ โดยคนที่จะมีความสามารถ หรือเป็นผู้มีอำนาจในแต่ละยุคนั้นต้องมีปัจจัยต่างๆกันตามยุคดังต่อไปนี้
คลื่นลูกแรก เป็นยุคของเกษตรกรรม โดยในยุคนี้ผู้ที่มีที่ดิน หรือมีอาณาบริเวณมากๆจะเป็นผู้ที่มีอำนาจเหนือกว่าผู้อื่น โดยการแก่งแย่งชิงดีก็เพื่อให้ได้ครอบครองพื้นที่เป็นจำนวนมาก
คลื่นลูกที่สอง เป็นยุคของอุตสาหกรรม โดยในยุคนี้ผู้ที่มีความสามารถในการผลิต จะเป็นผู้ที่มีอำนาจ ซึ่งถือเป็นยุคของอุตสาหกรรม โดยประเทศที่พัฒนาแล้วส่วนใหญ่เป็นประเทศที่มีความเจริญทางด้านนี้
คลื่นลูกที่สาม เป็นยุคของข้อมูล โดยในยุคนี้ผู้ที่มีข้อมูลอยู่มากจะเป็นผู้ได้เปรียบ ซึ่งถือว่าข้อมูลเป็นอาวุธที่สำคัญมาก
คลื่นลูกที่สี่ เป็นยุคของความรู้ โดยในยุคนี้เป็นยุคที่ต่อเนื่องมาจากคลื่นลูกที่สาม คือเรามีแค่ข้อมูลอย่างเดียวไม่เพียงพอแล้วต้องมีการนำความรู้นั้นมาประมวลเป็นความรู้ออกมา แล้วนำไปใช้ต่อ
คลื่นลูกที่ห้า เป็นยุคปราชญ์สังคม คือเป็นสังคมเเห่งปัญญา โดยยุคนี้ผู้ที่จะเป็นผุ้เหนือกว่าคนอื่นต้องมีการคิดด้วยปัญญา มีการมองการณ์ไกล หากทุกคนในสังคมมีความสามารถถึงระดับนี้ได้ สังคมที่เราอยู่ก็จะเป็นสุข ไม่มีการแย่งชิงกัน อยู่กันด้วยปัญญา สังคมก็จะเจริญไปได้ด้วยดี. โดยสรุปจากบทความของนักวิชาการที่ยกตัวอย่างดังกล่าวจะเห็นได้ว่าโลกยุคที่สี่จะมีหลักคิด (Concept) ว่า มนุษย์พยายามทำตัวเป็นพระเจ้า ที่กำลังเล่นกับโลกทั้งสามยุคของอัลวิน ทอล์ฟเลอร์ กล่าวคือ ยุคเกษตรกรรม ได้แก่ มนุษย์พยายามตัดแต่งพันธุกรรม ทำศัลยกรรม และทำสำเนามนุษย์ (Cloning) ยุคอุตสาหกรรม ได้แก่ การแข่งขันอย่างรุนแรงของสินค้าชนิดเดียวกัน ที่มีมากหลากยี่ห้อให้ผู้บริโภคเลือกจับจ่ายอย่างอิสระเสรี เพราะทรัพย์สินทางปัญญาของผู้คิดริเริ่มถูกละเมิด ดังนั้น ผู้ผลิตที่ดีที่สุด หรือ The Best เท่านั้นจะสามารถยืนหยัดได้ และยุคข้อมูลข่าวสาร ได้แก่ การทำสำเนาข้อมูล การโจรกรรมข้อมูลความลับทางการค้า เช่น รหัสบัตรเครดิต ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายรุนแรงแก่ผู้ให้บริการยักษ์ใหญ่หลายรายระดับโลก หากมองดูเหตุการณ์โลกในช่วงที่ผ่านมายืนยันชัดเจนว่าคลื่นลูกที่สี่กำลังก่อตัวขึ้นแล้วทั้งในสังคมโลกและสังคมไทย
โลกยุคต่อไปนี้ เป็นยุคที่มีความสำคัญยิ่งกับมวลมนุษยชาติที่จะต้องปรับตัวทุกรูปแบบกระบวนท่า ผู้ที่มีชีวิตอยู่เหนือกว่าคนอื่นได้ต้องมีความคิดด้วยปัญญา(CONCEPT) มองการณ์ไกลหรือวิสัยทัศน์(VISION) สามารถเข้าถึงและจัดการกระจายข้อมูลข่าวสารรวดเร็วไร้พรมแดน ไร้ขีดจำกัด เน้นความสำคัญในการป้องกันมากกว่าการแก้ไขปัญหาของโลกที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นในปัจจุบัน และอาจกล่าวได้ว่า พร้อมๆกับคนโง่หรือล้าหลังอาจเป็นเหยื่อของคนฉลาดหรือตามทันยุคนี้ก็เป็นได้..
kruhongs....รวบรวม/ย่อย.

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( วันอังคารที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ.2551 )
อ่านข้อมูลเพิ่มเติม...
REST YOUR EYES.
เขียนโดย Administrator
วันอาทิตย์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ.2551
เราต้องปฏิวัติ........

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( วันอาทิตย์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ.2551 )
อ่านข้อมูลเพิ่มเติม...
มติที่ประชุมคณะกรรมการโครงการพัฒนาชีวิตครูจังหวัดระยอง
เขียนโดย managerrayongotep
วันอาทิตย์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ.2551

เรื่องที่(1) มติที่ประชุมคณะกรรมการพัฒนาชีวิตครูจังหวัดระยองครั้งที่ 8/2551เมื่อวันที่ 13 เดือนพฤศจิกายน 2551 เห็นชอบคำขอกู้โครงการสินเชื่อเพื่อพัฒนาชีวิตครู จำนวน 5 ราย คือ

แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( วันอาทิตย์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ.2551 )
อ่านข้อมูลเพิ่มเติม...
จำนวนผู้เช้าชม Site Counter
Analog Clock2
เมนูหลัก ยินดีต้อนรับ ประวัติสำนักงาน แนะนำบุคลากร ช.พ.ค./ช.พ.ค. ข่าวประชาสัมพันธ์ นานาบทความ โครงการพัฒนาชีวิตครูจังหวัดระยอง กระดานข่าว แนะนำwebsite(weblink) แผนผังwebsite
Content Calendar
พฤศจิกายน 2008 จ. อ. พ. พฤ. ศ. ส. อา. 1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
Thai Radio
โพลล์